b887353688ab5d1db37fd3b097a7a34b

สำหรับวิธีการรักษา ข้อมูลในตารางจะครอบคลุมการรักษา 4 วิธี ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้ในปัจจุบัน โดยแต่ละคนจะเหมาะสมกับวิธีไหน ต้องผ่านการตรวจประเมินสภาพตาเบื้องต้นก่อนค่ะ

PRK (Photorefractive Keratectomy) รักษาโดยการลอกผิวกระจกตาที่อยู่ด้านนอกสุดออกก่อน ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายผิวถลอก แล้วใช้  Excimer Laser ปรับแต่งความโค้งของผิวกระจกตาโดยตรง วิธีนี้เป็นวิธีที่มีมาก่อนเลสิค และยังใช้จนถึงปัจจุบัน

มีขั้นตอนการผ่าตัดดังนี้

เป็นการเปิดผิวโดยใช้แอลกฮอล์ทาผิวกระจกตา จากนั้นใช้เครื่องมือถูผิวกระจกตาออก ทิ้งไว้ประมาณครึ่งนาที แล้วใช้เลเซอร์ปรับเปลี่ยนความโค้งของผิวกระจกตา จากนั้นใส่คอนแทคเลนส์ป้องกันการระคายเคืองตาประมาณ 4-5 วัน การมองเห็นจะช้ากว่าเลสิคในช่วงแรก แต่ประมาณ 1 เดือน การมองเห็นไม่แตกต่างกัน วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีสายตาสั้น หรือยาวไม่มาก ผู้ที่มีกระจกตาบาง

Lasik เลสิก ใช้เครื่องแยกชั้นกระจกตา Microkeratome แยกชั้นกระจกตาให้มีความหนาประมาณ 1 ใน 3 ของกระจกตาทั้งหมด แล้วใช้ Excimer Laser ขัดเนื้อกระจกตาชั้นกลาง เพื่อเปลี่ยนความโค้งของกระจกตาโดยรวม แล้วจึงปิดผิวกระจกตาเข้าที่เดิม

มีขั้นตอนการผ่าตัดดังนี้

การผ่าตัดเริ่มจากการผ่าตัดแยกกระจกตาด้วยเครื่องแยกชั้นกระจกตาแล้วยกฝาขึ้นและใช้เลเซอร์ขัดผิวกระจกตา จากนั้นปิดผาทิ้งไว้ ให้แผลติดเองโดยไม่ต้องเย็บแผล ใช้เวลาปนะมาณ 10-15 นาที ต่อข้าง

FemtoLasik หรือบางที่เรียกว่า iLasik แตกต่างจากการรักษาเลสิคแบบเดิม คือ ในขั้นตอนการแยกชั้นกระจกตา จะใช้แสงเลเซอร์แทนการใช้ใบมีด ด้วยเครื่อง Femtosecond Laser ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการพัฒนาเพื่อให้แยกชั้นกระจกตาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ผลการรักษามีความแม่นยำและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ReLex เป็นการรักษาโดยการปรับเปลี่ยนความโค้งของกระจกตา เช่นเดียวกับการการผ่าตัด LASIK สบายตาในขณะผ่าตัดด้วยเลเซอร์ แผลมีขนาดเล็กประมาณ 2-5 mm. มีการรบกวนกระจกตาน้อย กระจกตาหลังการผ่าตัดมีความแข็งแรง

สิ่งที่คิดว่าเสียเงินแล้วคุ้มที่สุดในชีวิตคือ เสียเงินทำเลสิคตา นี่ละค่ะ

ผู้ที่เหมาะสมรับการรักษาด้วยเลสิก

  1. ควรมีอายุ 20 ปีขึ้นไป
  2. มีสายตาคงที่หรือเปลี่ยนแปลงไม่เกิน 50 (0.5 D) อย่างน้อย 1 ปี
  3. ไม่มีโรคของกระจกตา โรคอับเสบเรื้อรังในลูกตา
  4. ไม่เป็นโรคเบาหวาน กลุ่มโรคข้อรูมาตอยด์ SLE
  5. ไม่อยู่ในระหว่างตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร
  6. มีความเข้าใจที่ถูกต้องต่อภาวะเสี่ยง หรือภาวะแทรกซ้อนที่อาจมีได้

หากท่านใดที่กำลังมองหาศูนย์เลสิคที่มีคุณภาพ เราขอแนะนำ ศูนย์เลสิค Laser Vision ที่มีประสบการณ์ยาวนานในการรักษาสายตาด้วยวิธีการเลสิคกว่า 18 ปี พร้อมทั้งเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย ได้รับมาตราฐานระดับสากล และทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเลสิกโดยเฉพาะ ติดตามผลการรักษาในระยะยาวถึง 2 ปี  เพื่อให้คุณมั่นใจว่าหลังการรักษาคุณจะมีวิสัยทัศนในการมองเห็นที่ดีกว่าเดิม

ทองคำแท่ง

ในวงการเครื่องประดับนั้นทองคำถือเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมมากที่สุด และยังเป็นวัตถุดิบที่สำคัญอย่างมากในวงการของเครื่องประดับ ทองคำนั้นเป็นที่ต้องการของมนุษย์มาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นในวงการการลงทุนทองคำหรือในวงการเครื่องประดับ

ทองคำบริสุทธิ์ จะไม่ว่องไวต่อการเกิด)ฏิกริยาทางเคมี มันจึงทนต่อการผุกล่อนและเป็นสนิมกับอากาศ เหตุผลที่ทำให้ทองคำนั้นได้รับความนิยมสูงสุดในวงการเครื่องประดับ เพราะทองคำนั้นเป็นโลหะชนิดเดียวที่มี 4คุณสมบัติพื้นฐาน เหนือกว่าโลหะอื่นๆ ดังนี้

1. งดงามมันวาว สีสันที่สวยงามของทองคำตามธรรมชาตินั้นผสมร่วมกับความมันวาวจึงทำให้เกิดความสวยงามที่เป็นอมตะ นอกจากนี้ยังสามารถเปลี่ยนเฉดสีทอง โดยการนำทองคำไปผสมกับโลหะชนิดอื่น

2. คงทน ทองคำนั้นจะไม่มีการขึ้นสนิม ไม่หมอง และไม่ผุกร่อน ต่อให้ระยะเวลาผ่านไปหลายปี

3. หายาก แร่ทองคำเป็นแร่ที่หายาก และกว่าจะได้ทองคำมาหนึ่งออนซ์นั้นต้องใช้แร่ทองคำอยู่หลายตันทีเดียว แถมต้องขุดเหมืองไปหลายสิบเมตร  ต้นทุนในทองคำจึงสูง ทำให้ราคาของทองคำนั้นสูงตามไป และเมื่อผ่านระยะเวลาไปนานแร่ทองคำก็ยิ่งลดลง จึงทำให้หลายคนหันมาลงทุนทองคำ

4. การนำกลับมาใช้ ทองคำนั้นเหมาะสมที่สุดที่จะนำมาทำเป็นเครื่องประดับเราะมีความเหียวและขึ้นรูปได้ง่าย และยังสามารถนำกลับมาใช้งานใหม่ได้โดยการนำมาหลอมได้อีกนับครั้งไม่ถ้วน

นอกจากที่ทองคำนั้นจะเป็นที่นิยมในวงการของเครื่องประดับแล้ว ทองคำยังเป็นที่นิยมในการลงทุนเพราะ ราคาทองคำนั้นจะช่วยป้องกันการด้อยค่าของเงินได้เช่นกัน นักลงทุนส่วนใหญ่จะกระจายความเสี่ยงมาลงทุนในทองคำเพื่อป้องกันภาวะอัตราเงินเฟ้อ

สำหรับนักลงทุนท่านใดที่ต้องการจะซื้อขายทองคำออนไลนืหรือเข้ามาลงทุนในทองคำ สามารถที่จะเช้ามาปรึกษาได้ที่ บริษัท จีแคป จำกัด ซึ่งจีแคปมีผู้เชียวชาญในด้านการลงทุนทองคำคอยให้คำปรึกษาอยู่ โดยบริษัทนั้น มีขายทั้งทองคำแท่ง เทรดทอง และยังมีโครงการออมทอง สำหรับผู้ที่ต้องการจะซื้อทองคำแท่งสะสม สามารถซื้อขายทองคำออนไลน์ได้ เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่  http://www.gcap.co.th/gcapgold/product.php

ทำความสะอาดกระเป๋าหนัง หรือ สปากระเป๋า

กระเป๋าเมื่อใช้ไปนานๆก็ย่อมมีคราบสกปรกบ้าง คราบสกปรกเหล่านั้นเองที่จะทำให้กระเป๋าสุดแพงของเรานั้นดูเก่าและไม่แพงอีกต่อไป เราจึงต้องมีวิธีในการดูแลและทำความสะอาดกระเป๋าหนังอยู่บ้าง แต่การทำความสะอาดกระเป๋าหนังนั้นหนังแต่ละอย่างก็มีวิธีทำความสะอาดที่แตกต่างกันไป

อุปกรณ์ในการทำความสะอาดกระเป๋าหนัง

1.ผ้านุ่ม

2.ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดกระเป๋าหนัง

3.ผลิตภัณฑ์ให้ความชุ่มชื้นสำหรับหนัง

7 วิธีทำความสะอาดกระเป๋าหนัง

1.เช็ดคราบเปื้อนต่างๆด้วยผ้าสะอาดหมาดๆ เช็ดที่คราบ แต่อย่าให้น้ำเปียกผ่านหนัง

2.ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดกระเป๋าหนัง สามารถซื้อได้ตามร้านกระเป๋าที่คุณอาจจะซื้อกระเป๋ามา ส่วนใหญ่จะขายมาเป็นชุดทำความสะอาด หรือจะทำขึ้นมาเองก็ได้โดยการใช้สบู่เด็กหรือสบู่อ่อนๆ2-3หยด ผสมกับน้ำในอุณภูมิห้อง

3.เช็ดคราบเปื้ออีกรอบด้วยผ้าที่นุ่มที่มากับชุดทำความสะอาด ใช้วิธีการเช็ดไปในทิศทางเดียวกับลายหนัง เพื่อที่จะคงสภาพของหนังไว้

4.ใช้ผ้าแห้งสะอาดซับน้ำที่ยังเหลือติดบนกระเป๋า

5.ทิ้งไว้ให้แห้งประมาณครึ่งชั่วโมง แต่หากรีบให้นำกระเป๋าไปวางหน้าพัดลม และห้ามเด็ดขาดคือการใช้ไดร์เป่าผมร้อนมาเป่ากระเป๋าเพราะสะทำให้กระเป๋าเสียหายได้

6.ใช้ผลิตภันฑ์ให้ความชุ่มชื้นสำหรับกระเป๋าโดยเฉพาะ เมื่อกระเป๋าแห้งแล้วให้นำผลิตภัทฑ์ให้ความชุมชื้นมาทาเป็นวงกลมด้วยผ้านิ่ม ห้ามใช้ครีมทามือแทนเด็ดขาดเพราะจะทำให้หนังกระเป๋าเสื่อมสภาพ

7.เช็ดด้วยผ้าแห้ง ขั้นตอนสุดท้ายเช็ดหนังด้วยผ้าแห้ง ซึ่งจะช่วยคงลายหนังและความเงางามบนกระเป๋าของคุณได้

แต่หากต้องการที่จะหาร้านที่ทำความสะอาดกระเป๋าหนังใบโปรด โดยมีผู้เชียชาญดูแลให้อย่างดีละก็ เราขอแนะนำ Dry Clinique ที่เป็นผู้เชียวชาญในด้านการทำความสะอาดกระเป๋า ไม่ว่าจะเป็น กระเป๋าผ้า กระเป๋าหนัง หรือกระเป๋าขนสัตว์ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.dryclinique.com/บริการของเรา/ทำความสะอาดเครื่องหนัง

รีวิวสำคัญอย่างไร-ทำไมต้องอ่านรีวิวก่อนไปเที่ยว

เดี่ยวนี้มีรีวิวมากมายให้เราได้เลือกอ่านกัน เราจะไปเที่ยวไหนก็จะหาอ่านรีวิวกันก่อนเสมอ ไม่ว่าจะเที่ยวในประเทศหรือเที่ยวต่างประเทศเราก็ต้องอ่านรีวิวกันก่อนทั้งนั้น ในการวางแพลนไปเที่ยวนั้นเราจะต้องศึกษาข้อมูล ซึ่งข้อมูลที่ดีที่สุดและจริงที่สุดก็คงหนีไม่พ้นการรีวิวของคนที่ไปท่องเที่ยวมาก่อนหน้าเรา ไม่ว่าจะเป็น รีวิวโรงแรม ร้านอาหาร หรือสถาณที่ท่องเที่ยวต่างๆ งั้นมาดูกันเป็นข้อๆไปเลยว่าข้อดีของการอ่านรีวิวท่องเที่ยว สำคัญขนาดไหน

1. แผนการท่องเที่ยว

ในส่วนของการวางแผนการไปเที่ยวนั้น การที่ได้อ่านรีวิวท่องเที่ยวที่นั้นๆก่อนสามารถทำให้เราวางแผนได้ว่าเราจะไปไหนต่อเมื่อเราไปถึงจุดหมาย ไปพักโรงแรมไหนดี ไปกินร้านอาหารไหนดี วางงบประมาณในการไปเที่ยวได้อย่างถูกต้อง

2. เสพความสุขได้100%

ลองคิดดูถ้าหากเราไม่ได้หาข้อมูลหรืออ่านรีวิวก่อนจะไปเที่ยวเราจะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าจุดหมายของเรามีอะไรน่าเที่ยวบ้าง หากคุณไปกินข้าวร้านหนึ่งโดยไม่อ่านรีวิวมาละก็เกิดร้านนั้นเป็นร้านที่ไม่อร่อยคุณก็จะเสียทั้งอารมณ์ทั้งเงินโดยใช้เหตุ สู้เสียเวลาหาข้อมูลอ่านรีวิวซักหน่อย แค่นี้ก็จะสามารถเสพความสุขได้อย่างเต็มที่เลย

3. ใช้เวลาอย่างคุ้มค่า

เวลานั้นเป็นสิ่งที่ไม่สามารถย้อนกลับมาได้ การอ่านรีวิวบวกกับการวางแผนมาอย่างดีนั้นทำให้เวลาที่ไปเที่ยวสามารถใช้เวลาได้อย่างคุ้มค่า ไม่ต้องมานั่งคิดให้เสียเวลาว่าจะไปเที่ยวไหนต่อดีบ้าง ไม่ต้องขับรถแบบวนไป-วนมา ยิ่งถ้าเป็นช่วงเทศกาลล่ะก็หากไม่หาข้อมูลให้ดีเสียก่อน คุณจะได้ใช้เวลาในการท่องเที่ยวอยู่บนรถซะส่วนใหญ่แน่ๆ

เห็นไหมว่าการหาข้อมูลและการอ่านรีวิวท่องเที่ยวนั้นสำคัญขนาดไหน เพราะเหตุนี้คนส่วนใหญ่ก่อนจะไปเที่ยวไหนจึงต้องอ่านรีวิวกันไว้มากๆ สามารถเข้าไปอ่านรีวิวท่องเที่ยวได้ที่ Dream Destination นอกจากนี้ยังมีการแชร์ประสบการณ์การท่องเที่ยวทั้งในประเทศและท่องเที่ยวต่างประเทศจากกูรูให้อ่าน แค่นั้นยังไม่พอยังมีโปรโมชั้น ประกันการท่องเที่ยว สุดคุ้มของ AIG ให้เลือกด้วย เยี่ยมชมเว็บไซต์ได้เลยที่  http://www.dreamdestination.in.th/